การกำหนดคนเป็นจำพวกตามผลการตรวจร่างกาย(โรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร)

คนจำพวกที่ ๑ ได้แก่ คนที่มีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่มีอวัยวะพิการหรือผิดส่วนแต่อย่างใด – มีขนาดสูงตั้งแต่ ๑๔๖ ซม. ขึ้นไป – ขนาดรอบตัวตั้งแต่ ๗๖ ซม. ขึ้นไป

คนจำพวกที่ ๒ ได้แก่ (ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๓๗) คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่า ไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ ๑ แต่ไม่ถึงทุพพลภาพ คือ

  • (๑) ตาหรือหนังตาผิดปกติจนปรากฏชัดอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ แม้เพียงข้างเดียว
    • (ก) ตาเหล่ (Squint)
    • (ข) ลูกตาสั่น (Nystagmus)
    • (ค) แก้วตาขุ่น (Cataract)
    • (ง) กระจกตาขุ่น (Opacity of Cornea)
    • (จ) หนังตาตก (Ptosis)
    • (ฉ) หนังตาม้วนเข้า (Entropion)
    • (ช) หนังตาม้วนออก (Ectropion)
    • (ซ) ช่องหนังตา (Palpebral Fissure) ทั้งสองข้างกว้างไม่เท่ากันจนดูน่าเกลียด
  • (๒) หูผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แม้เพียงข้างเดียว
    • (ก) ใบหูผิดรูปหรือผิดขนาดปรากฏชัดเจนจนดูน่าเกลียด เช่น ลีบหรือเล็ก หรือใหญ่ หรือบี้
    • (ข) ช่องหูมีหนองเรื้อรังและทั้งแก้วหูทะลุ
  • (๓) จมูกผิดรูปจนดูน่าเกลียด เช่น บี้ หรือแหว่ง
  • (๔) ปากผิดรูปจนดูน่าเกลียด เช่น แหว่งหรือผิดรูปจนพูดไม่ชัด
  • (๕) ช่องปากผิดรูป หรือผิดปกติจนพูดไม่ชัด
  • (๖) หน้าผิดปกติจนดูน่าเกลียดอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    • (ก) อัมพาต (Facial Paralysis)
    • (ข) เนื้อกระตุก (Tics)
    • (ค) แผลเป็นหรือปานที่หน้า มีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑/๔ ของหน้าขึ้นไป หรือยาวมาก
    • (ง) เนื้องอก (Benign Tumou Tumous)
  • (๗) คอพอก (Simple Coitre)
  • (๘) ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัด
  • (๙) อวัยวะเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ แม้เพียงข้างเดียว
    • (ก) ข้อติด (Ankylosis) หรือหลวมหลุดง่ายหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวกจนทำงานไม่ถนัด
    • (ข) นิ้วมือหรือนิ้วเท้ามีจำนวนหรือขนาดของนิ้วผิดปกติจนดูน่าเกลียด หรือนิ้วบิดเกจนดูน่าเกลียดหรือจนทำงานไม่ถนัด หรือช่องนิ้วติดกันหรือนิ้วมือด้วนถึงโคนเล็บ
    • (ค) มือหรือแขนลีบหรือบิดเก
    • (ง) เท้าหรือขาลีบหรือบิดเก
  • (๑๐) กระดูกชิ้นใหญ่ผิดรูปจนทำให้อวัยวะนั้นทำงานไม่สะดวกหรือจนดูน่าเกลียด
  • (๑๑) ไส้เลื่อนลงถุง
  • (๑๒) ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำหนด (Gender Identity Disorder) (เพิ่ม ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๕) คนจำพวกที่ ๓ ได้แก่ คนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้เพราะป่วย ซึ่งจะบำบัดให้หายภายใน ๓๐ วันไม่ได้ คนจำพวกที่ ๔ ได้แก่ (ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๔) คนพิการทุพพลภาพ ซึ่งมีโรคหรือสภาพร่างกายหรือ สภาพจิตใจที่ไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ คือ
    • (๑) โรคหรือความผิดปกติของตา
      • (ก) ตาข้างหนึ่งข้างใดบอด คือ เมื่อรักษา และแก้สายตาด้วยแว่นแล้วการมองเห็นยังอยู่ในระดับต่ำกว่า ๗/๖๐ หรือลานสายตาโดยเฉลี่ยแคบกว่า ๑๐ องศา
      • (ข) สายตาไม่ปกติ คือ เมื่อรักษาและแก้สายตาด้วยแว่นแล้วการมองเห็นยังอยู่ในระดับ ๖/๒๔ หรือต่ำกว่าทั้งสองข้าง
      • (ค) สายตาสั้นมากกว่า ๘ ไดออปเตอร์ หรือสายตายาวมากกว่า ๕ ไดออปเตอร์ทั้งสองข้าง
      • (ง) ต้อแก้วตาทั้งสองข้าง (Bilateral Cataract)
      • (จ.) ต้อหิน (Glaucoma)
      • (ฉ) โรคขั้วประสาทตาเสื่อมทั้ง ๒ ข้าง (Optic Atrophy)
      • (ช) กระจกตาอักเสบเรื้อรังหรือขุ่นทั้งสองข้าง
      • (ซ) ประสาทการเคลื่อนไหวลูกตาไม่ทำงาน สูญเสียอย่างถาวร (Cranial nerel ๓ rd, ๔ th, ๖ th) (เพิ่ม ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
    • (๒) โรคหรือความผิดปกติของหู
      • (ก) หูหนวกทั้งสองข้าง คือต้องใช้เสียงในช่วงคลื่นความถี่ ๕๐๐ – ๒,๐๐๐ รอบต่อวินาทีหรือเกินกว่า ๕๕ เดซิเบล จึงจะได้ยินทั้งสองข้าง
      • (ข) หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังทั้งสองข้าง
      • (ค) เยื่อแก้วหูทะลุทั้งสองข้าง
    • (๓) โรคของหัวใจและหลอดเลือด
      • (ก) หัวใจหรือหลอดเลือดพิการอย่างถาวร จนอาจเกิดอันตรายร้ายแรง
      • (ข) ลิ้นหัวใจพิการ
      • (ค) การเต้นของหัวใจผิดปกติอย่างถาวร จนอาจเกิดอันตรายร้ายแรง
      • (ง) โรคของกล้ามเนื้อหัวใจ ชนิดที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และอาจเป็นอันตราย
      • (จ) หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
      • (ฉ) หลอดเลือดภายในกระโหลกศีรษะโป่งพองหรือผิดปกติชนิดที่อาจเป็นอันตราย
    • (๔) โรคเลือดและอวัยวะสร้างเลือด
      • (ก) โรคเลือดหรืออวัยวะสร้างเลือดผิดปกติอย่างถาวรและอาจเป็นอันตราย
      • (ข) ภาวะม้ามโต (Hypersplenism) ที่รักษาไม่หายและอาจเป็นอันตราย
    • (๕) โรคของระบบหายใจ (แก้ไข ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
      • (ก) โรคหืด (Asthma) ที่ได้รับการวินิจฉัยตามเกณฑ์การวินิจฉัย
      • (ข) โรคทางปอดที่มีอาการไอ้ หอบเหนื่อย และมีการสูญเสียการทำงาน ของระบบทางเดินหายใจ โดยตรวจสอบสมรรถภาพปอดได้ค่า Forced Expiratory Volume in One second หรือ Forced Vital Capacity ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของค่ามาตรฐานตามเกณฑ์
      • (ค) โรคความดันเลือดในปอดสูง (Pulmonary Hypertension) ซึ่งวินิจฉัยโดยการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram) หรือ โดยการใส่สายวัดความดันเลือดในปอด
      • (ง) โรคถุงน้ำในปอด (Lung Cyst) ที่ตรวจวินิจฉัยได้โดยภาพถ่ายรังสีทรวงอก หรือเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ปอด
      • (จ) โรคหยุดการหายใจในขณะหลับ (Cbstructive Sleep Apnea) ซึ่งวินิจฉัยโดยการตรวจการนอนหลับ (Polysonmography)
    • (๖) โรคของระบบปัสสาวะ
      • (ก) ไตอักเสบเรื้อรัง
      • (ข) กลุ่มอาการไตพิการ (Nephrotic Syndrome)
      • (ค) ไตวายเรื้อรัง
      • (ง) ไตพองเป็นถุงน้ำแต่กำเนิด (Polycystis Kidney)
    • (๗) โรคหรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ
      • (ก) โรคข้อหรือความผิดปกติของข้อ ดังต่อไปนี้ (แก้ไข ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
        • (๑) ข้ออักเสบเรื้อรัง (Chronic arthritis)
        • (๒) ข้อเสื่อมเรื้อรัง (Chronic osteoarthritis)
        • (๓) โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรัง (Spondyloaethropathy)
      • (ข) แขน ขา มือ เท้า นิ้ว อย่างใดอย่างหนึ่งผิดปกติ ดังต่อไปนี้
        • (๑) แขน ขา มือ หรือเท้า ด้วน หรือพิการ ถึงแม้ว่าจะรักษาด้วยวิธีใหม่ที่สุดแล้วก็ยังใช้การไม่ได้
        • (๒) นิ้วหัวแม่มือด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้
        • (๓) นิ้วชี้ของมือด้วนตั้งแต่ข้อปลายนิ้ว
        • (๔) นิ้วมือในมือข้างเดียวกันตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้
        • (๕) นิ้วหัวแม่เท้าด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้
        • (๖) นิ้วเท้าในเท้าข้างเดียวกัน ตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้ว หรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้
        • (๗) นิ้วเท้าในเท้าแต่ละข้างตั้งแต่หนึ่งนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการ ถึงขั้นใช้การไม่ได้
        • (๘) นิ้วเท้าในเท้าข้างใดข้างหนึ่ง ตั้งแต่หนึ่งนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อโคนนิ้วหรือพิการจนถึงขั้นใช้การไม่ได้
      • (ค) คอเอียงหรือแข็งทื่อชนิดถาวร
      • (ง) กระดูกสันหลังโก่งหรือคดหรือแอ่นจนเห็นได้ชัด หรือแข็งทื่อชนิดถาวร
      • (จ) กล้ามเนื้อเหี่ยวลีบหรือหดสั้น (Atrophy or Contracture) จนเป็นผลให้อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดใช้การไม่ได้
    • (๘) โรคของต่อมไร้ท่อและภาวะผิดปกติของเมตะบอลิสัม
      • (ก) ภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยไปอย่างถาวร
      • (ข) ภาวะต่อมพาราธัยรอยด์ทำงานน้อยไปอย่างถาวร
      • (ค) ภาวะต่อมใต้สมองผิดปกติอย่างถาวร
      • (ง) เบาหวาน
      • (จ) ภาวะอ้วน (Obesity) ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย (Body Mass Index) ตั้งแต่ ๓๕ กิโลกรัม ต่อตารางเมตรขึ้นไป
      • (ฉ) โรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับเมตะบอลิสัมของแร่ธาตุ สารอาหารดุลย์สารน้ำอีเล็กโทรลัยท์ และกรดด่าง ตลอดจนเมตะบอลิสัมอื่น ๆ ชนิดถาวร และอาจเป็นอันตราย
      • (ช) ภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานมากผิดปกติ (Hyperthy roidism) (เพิ่ม ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
    • (๙) โรคติดเชื้อ
      • (ก) โรคเรื้อน
      • (ข) โรคเท้าช้าง
      • (ค) โรคติดเชื้อเรื้อรังระยะแสดงอาการรุนแรง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
    • (๑๐) โรคทางประสาทวิทยา
      • (ก) จิตเจริญล่าช้า (Mental Retardation) ที่มีระดับเชาว์ปัญญา ๖๙ หรือต่ำกว่านั้น
      • (ข) ใบ้ (Mutism) หรือพูดไม่เป็นภาษา หรือฟังภาษาไม่รู้เรื่อง (Aphasia) ชนิดถาวร
      • (ค) ลมชัก (Epilepsy) หรือโรคที่ทำให้มีอาการชัก (Seizures) อย่างถาวร
      • (ง) อัมพาต (Paralysis) ของ แขน ขา มือ หรือเท้าชนิดถาวร
      • (จ) สมองเสื่อม (Dementia)
      • (ฉ) โรคหรือความผิดปกติของสมอง หรือไขสันหลังที่ทำให้เกิดความผิดปกติอย่างมากในการเคลื่อนไหวของแขนหรือขาอย่างถาวร
      • (ช) กล้ามเนื้อหมดกำลังอย่างหนัก (Myasthenia Gravis)
    • (๑๑) โรคทางจิตเวช (แก้ไข ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
      • (ก) โรคจิตที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง
        • (๑) โรคจิตเภท (Schizophrenia)
        • (๒) โรคจิตกลุ่มหลงผิด (Resistant Delusional Disorder, Induced Delusional Disorder)
        • (๓) โรคสคิซโซแอฟเฟ็คทีป (Schizoaffective Disorder)
        • (๔) โรคจิตที่เกิดจากโรคทางกาย (Other mental disorder due to brain damage and dysfunction)
        • (๕) โรคจิตอื่น ๆ (Unspecified Ninorganic psychosis)
      • (ข) โรคอารมณ์แปลปรวนที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง
        • (๑) โรคอารมณ์แปรปรวน (Manic Episode, Bipolar Affective Disorder)
        • (๒) โรคอารมณ์แปรปรวนที่เกิดจากโรคทางกาย (Other mental disorder due to brain damage and dysfunction and to Physical Disorder)
        • (๓) โรคอารมณ์แปรปรวนอื่น ๆ (Other Mood (Affective) Disorder, Unspecified Mood Disorder)
        • (๔) โรคซึมเศร้า (Depressive Disorder, Recurrent Depressive Disorder)
      • (ค) โรคพัฒนาการทางจิตเวช
        • (๑) จิตเจริญล่าช้าที่มีระดับเชาว์ปัญญา ๗๐ หรือต่ำกว่า (Mental Retardation)
        • (๒) โรคหรือความผิดปกติในการพัฒนาการของทักษะทางสังคมและภาษา (Pervasive Developmental Disorder)
    • (๑๒) โรคอื่น ๆ
      • (ก) กระเทย (Hermaphrodism)
      • (ข) มะเร็ง (Malignant Neoplasm)
      • (ค) ตับอักเสบเรื้อรัง (Chronic Hepatittis) (แก้ไข ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)
      • (ง) ตับแข็ง (Cirrhosis of liver)
      • (จ) คนเผือก (Albino)
      • (ฉ) โรคลูปัสอิริธิมาโตซัสทั่วร่างกาย (Systemic Lupus Erythematosus)
      • (ช) กายแข็งทั่วร่างกาย (Systemic Sclerosis)
      • (ซ) รูปวิปริตต่าง ๆ ได้แก่
        • ๑. จมูกโหว่
        • ๒. เพดานโหว่หรือสูงหรือลิ้นไก่สั้นพูดไม่ชัด
      • (ฌ) โรคผิวหนังลอกหลุดตัวผิดปกติแต่กำเนิดชนิดเด็กดักแด้ (Lamellar Ichthyosis & Congenital Ichthyosiform Erythtroderma) (เพิ่ม ตาม กฎกระทรวงฯ ที่ ๗๖)